หลังจากภาคล่าสุดที่ประสบความสำเร็จในการรีบูตตำนาน Halloween มาอย่างดี คราวนี้ถึงเวลาของ Halloween Kills (ฮาโลวีน สังหาร) ที่พาไมเคิล ไมเยอร์สกลับมาอาละวาดอีกครั้งในคืนฮาโลวีนที่ไม่มีวันจบสิ้น หนังยังคงความโหดมันสะใจแต่กลับเพิ่มปมสังคมที่อาจทำให้บางคนหงุดหงิด กองบรรณาธิการของเราขอพาทุกคนไปดูกันว่าภาคนี้ยังน่าสนใจแค่ไหน
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เหตุการณ์ต่อจากภาคก่อนทันที หลังจากที่ลอรี สโตรด (เจมี ลี เคอร์ติส) และครอบครัวสามารถเผาไมเคิลจนเกือบตายได้ แต่ปรากฏว่านักดับเพลิงที่มาเจอเหตุการณ์กลับปล่อยเขาออกมาโดยไม่รู้ตัว ไมเคิลจึงกลับมาสังหารต่ออย่างบ้าคลั่ง ขณะเดียวกันคนในเมืองแฮดดอนฟิลด์ที่เคยเจอเหตุการณ์ฆาตกรรมในอดีตก็รวมตัวกันเป็นกลุ่มอาสาล่าไมเคิล แต่การไล่ล่าครั้งนี้กลับมีแต่ความสูญเสีย
งานการแสดงและตัวละคร
เจมี ลี เคอร์ติสยังคงแข็งแกร่งในบทลอรีที่ต้องต่อสู้กับบาดแผลทางใจ แต่หนังให้เธออยู่โรงพยาบาลเกือบทั้งเรื่อง ทำให้บทบาทหลักตกไปที่จูดี กรีเออร์ (คาเรน) และแอนดี มาติแชค (แอลลีสัน) ซึ่งทำได้ดีในการแสดงความกลัวและความเด็ดเดี่ยว ตัวละครใหม่อย่างบิ๊กจอห์นและลิตเติลจอห์นก็เพิ่มสีสัน แต่ตัวละครฝูงชนกลับดูไร้เหตุผลและน่าหงุดหงิด จนกลายเป็นจุดอ่อนของหนัง
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
เดวิด กอร์ดอน กรีนกลับมากำกับอีกครั้ง เขาจับทางความสยองขวัญแบบคลาสสิกได้ดี โดยเฉพาะการใช้มุมกล้องและการซ่อนตัวของไมเคิล หนังมีฉากฆ่าที่สร้างสรรค์และโหดเหี้ยมมากขึ้น ด้านดนตรีโดยจอห์น คาร์เพนเตอร์ยังคงยอดเยี่ยม ช่วยสร้างบรรยากาศกดดันและน่าขนลุกตลอดเรื่อง อย่างไรก็ตาม การตัดต่อในฉากแอ็กชันบางช่วงอาจเร็วไปทำให้เสียอารมณ์
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
Halloween Kills พยายามยกระดับจากหนังสยองขวัญทั่วไปด้วยการเพิ่มประเด็นสังคมเรื่อง mob mentality หรือพฤติกรรมของฝูงชนที่พร้อมจะลงมือด้วยความโกรธและความกลัว แนวคิดนี้น่าสนใจแต่กลับถูกสื่อสารออกมาอย่างอืดอาดและซ้ำซาก ทำให้อารมณ์ร่วมของคนดูลดลง หนังยังคงเน้นความโหดเป็นหลัก ซึ่งแฟน ๆ น่าจะชอบ แต่สำหรับคนที่คาดหวังความลึกซึ้งอาจผิดหวัง อย่างไรก็ตาม การกลับมาของตัวละครเก่าอย่างทอมมี่ ดอยล์ (แอนโธนี ไมเคิล ฮอลล์) ก็ช่วยเชื่อมโยงกับตำนานเดิมได้ดี
สรุป
Halloween Kills คือหนังสยองขวัญที่โหดและมันส์สำหรับแฟนพันธุ์แท้ แต่บทที่พยายามยกระดับกลับทำให้หนังดูยืดเยื้อและน่าหงุดหงิด เหมาะกับคนที่ชอบความโหดและเลือดสาด ไม่เหมาะกับคนที่คาดหวังเนื้อเรื่องสมจริง
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +ฉากฆ่าโหดและสร้างสรรค์กว่าเดิม
- +ดนตรีประกอบของจอห์น คาร์เพนเตอร์ยังคงยอดเยี่ยม
- +การแสดงของเจมี ลี เคอร์ติสแข็งแกร่งแม้บทบาทน้อย
👎 จุดด้อย
- −บทพูดและพฤติกรรมของฝูงชนน่าหงุดหงิด
- −เนื้อเรื่องเดินช้าและยืดเยื้อในบางช่วง
- −ปมสังคมถูกนำเสนออย่างอืดอาด ไม่เข้ากับแนวสยองขวัญ
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ดูต่อจาก Halloween (2018) โดยตรง และไม่นับรวมภาคเก่าก่อนหน้านี้
น่ากลัวแบบสยองขวัญ มีฉาก jump scare และความโหดรุนแรง เหมาะสำหรับผู้ใหญ่
เป็นภาคที่ 12 ของแฟรนไชส์ และภาคที่ 2 ในไตรภาครีบูตของ David Gordon Green
ไม่สปอยล์ แต่บอกได้ว่าจบแบบ cliffhanger เพื่อนำไปสู่ภาคสุดท้าย Halloween Ends