เมื่อพูดถึงแฟรนไชส์หนังแค้นสะใจที่ยืนยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ คงหนีไม่พ้น Death Wish ที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1974 จนถึงภาคสุดท้าย Death Wish V: The Face of Death ในปี 1994 หนังนำแสดงโดย Charles Bronson วัย 73 ปี ในบทพอล เคอร์ซีย์ วิศวกรที่ผันตัวมาเป็นผู้พิทักษ์ความยุติธรรมด้วยความรุนแรง ภาคนี้พอลกลับมาอีกครั้งเมื่อคู่หมั้นของเขาถูกคุกคามโดยพวกมาเฟีย แต่คำถามคือ หลังจากผ่านมาห้าภาค หนังยังมีอะไรใหม่ให้แฟนๆ ตื่นเต้นหรือไม่? มาร่วมหาคำตอบในรีวิวนี้กัน
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
พอล เคอร์ซีย์ (Charles Bronson) ใช้ชีวิตอย่างสงบกับคู่หมั้น โอลิเวีย (Lesley-Anne Down) ซึ่งเป็นนักออกแบบแฟชั่น ธุรกิจของเธอกำลังประสบความสำเร็จ จนกระทั่งกลุ่มมาเฟียนำโดย ทอมมี่ โอเชีย (Michael Parks) และ ซาล ปาโคนี (Chuck Shamata) ต้องการยึดกิจการของเธอเพื่อใช้เป็นหน้าฉากฟอกเงิน เมื่อพอลปฏิเสธข้อเสนอ พวกมาเฟียจึงเริ่มข่มขู่และใช้ความรุนแรง พอลจึงต้องกลับมาใช้ทักษะการจับอาวุธและการวางแผนเพื่อปกป้องคนที่เขารัก หนังดำเนินเรื่องตามสูตรเดิมของแฟรนไชส์ นั่นคือการล้างแค้นแบบเป็นขั้นเป็นตอน แต่เพิ่มความสัมพันธ์ของพอลกับลูกสาวของโอลิเวียที่ยังเด็กเข้ามาเป็นตัวแปรทางอารมณ์
งานการแสดงและตัวละคร
Charles Bronson ในวัย 73 ปี ยังคงมีเสน่ห์แบบนักแสดงผู้มากประสบการณ์ แม้ว่าบทบาทของพอล เคอร์ซีย์ในภาคนี้จะดูเหนื่อยล้าและไร้ชีวิตชีวามากกว่าภาคก่อนๆ การแสดงของเขายังคงจริงจังและหนักแน่น แต่ขาดความสดใหม่ Lesley-Anne Down ในบทโอลิเวียทำหน้าที่เป็นตัวละครที่ถูกคุกคามได้ดี แต่บทบาทของเธอค่อนข้างจำกัด Michael Parks รับบทเป็นตัวร้ายที่ดูมีเล่ห์เหลี่ยม แต่ก็ยังไม่น่าจดจำเท่าไหร่นัก โดยรวมแล้ว การแสดงยังคงมาตรฐานของหนังแอ็กชันยุค 90 แต่ไม่โดดเด่น
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
Michael Winner ผู้กำกับที่อยู่กับแฟรนไชส์นี้มาตั้งแต่ภาคแรก กลับมานั่งเก้าอี้ผู้กำกับอีกครั้งในภาคนี้ งานกำกับของเขายังคงเน้นความรุนแรงแบบตรงไปตรงมา แต่เทคนิคการถ่ายทำและลำดับภาพกลับดูเชยและล้าสมัย ฉากแอ็กชันหลายฉากถูกถ่ายแบบพื้นๆ ขาดความตื่นเต้น ดนตรีประกอบโดย John Barrass ไม่ได้สร้างความประทับใจใดๆ เป็นพิเศษ ภาพรวมของงานโปรดักชันให้ความรู้สึกเหมือนหนังทีวีมากกว่าหนังจอเงิน
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
Death Wish V: The Face of Death เป็นตัวอย่างที่ดีของแฟรนไชส์ที่หมดอายุขัย หนังพยายามย้ำสูตรสำเร็จเดิม แต่กลับขาดทั้งความคิดสร้างสรรค์และพลังของภาคแรกๆ การที่พอล เคอร์ซีย์กลับมาใช้ความรุนแรงอีกครั้งดูซ้ำซาก และไม่มีพัฒนาการของตัวละครที่น่าสนใจ หนังยังมีปัญหาเรื่องความสมจริง เช่น การที่พอลซึ่งอายุมากสามารถเอาชนะพวกมาเฟียรุ่นหนุ่มได้อย่างง่ายดาย ซึ่งอาจทำให้คนดูยุคใหม่รู้สึกขัดใจ อย่างไรก็ตาม สำหรับแฟนพันธุ์แท้ของ Charles Bronson หรือผู้ที่ชื่นชอบหนังแค้นสะใจสไตล์คลาสสิก ภาคนี้อาจยังมีมนต์เสน่ห์บางอย่าง โดยเฉพาะในช่วงเวลาแห่งความคิดถึง แต่ในแง่ของคุณภาพโดยรวมแล้ว ถือเป็นภาคที่อ่อนที่สุดของซีรีส์
สรุป
Death Wish V: The Face of Death เป็นหนังที่เหมาะสำหรับแฟนพันธุ์แท้ของ Charles Bronson และผู้ที่อยากเก็บครบทุกภาคของซีรีส์ แต่หากคุณคาดหวังความสนุกแบบหนังแอ็กชันยุคใหม่ หรือต้องการเนื้อเรื่องที่สมเหตุสมผล คงต้องหันไปดูอย่างอื่นดีกว่า โดยรวมแล้วเป็นภาคที่อ่อนที่สุดและควรดูเพื่อความสมบูรณ์เท่านั้น
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +การแสดงของ Charles Bronson ที่ยังคงจริงจังและมืออาชีพ
- +บทสรุปของแฟรนไชส์ที่ปิดฉากการเดินทางของพอล เคอร์ซีย์
- +แฟนเก่าอาจได้อารมณ์คิดถึงจากสไตล์หนังแอ็กชันยุค 90
👎 จุดด้อย
- −บทหนังซ้ำซาก ไม่มีอะไรใหม่
- −ฉากแอ็กชันและเทคนิคการถ่ายทำล้าสมัย
- −ตัวร้ายและตัวละครประกอบไร้มิติ
- −ความสมจริงต่ำ โดยเฉพาะพลังของพระเอกวัย 73
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ใช่ ภาคนี้เป็นภาคสุดท้ายของซีรีส์ Death Wish ดั้งเดิมที่นำแสดงโดย Charles Bronson
จริง หนังมีความรุนแรงแบบตรงไปตรงมา เช่น การยิงและการทำร้ายร่างกาย แต่ไม่ถึงขั้นโหดเหี้ยมเหมือนหนังยุคใหม่
ไม่จำเป็น แต่ถ้าดูภาคก่อนๆ จะเข้าใจปูมหลังของตัวละครพอล เคอร์ซีย์มากขึ้น